2006/Oct/18

ตลอดช่วงชีวิตของผมที่ผ่านมาเนี่ย ลองนึกดูเล่นๆก็น่าตกใจอยู่ เชื่อมั้ยครับ เวลาที่พ่อใช้เวลากับผม แล้วที่ผมรับรู้ได้น่ะน้อยมากๆครับ แต่ถึงแม้ว่าจะน้อยอย่างไร ผมก็ยังนึกถึงอยู่เสมอครับ

แวบแรกที่ผมนึกถึง...เป็นตอนที่ผมรู้สึกตัวและมองเห็นเป็นครั้งแรก ผมจำได้ว่ามีผู้ชายตัวโตคนนึงนั่งมองผมที่นอนแบเบาะอยู่บนพื้น ผู้ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงดีใจว่า เออ...มองเห็นแล้วนี่ หลังจากนั้นผมก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย

แวบที่สอง...ตอนผมเป็นเด็กมากๆครับ พ่อ..ยื่นโปสการ์ดรูปเด็กให้ผมใบนึงแล้วบอกว่า อ่ะ เอาไปส่งให้อา...ให้หน่อยซิ ผมก็ด้วยจินตนาการสุดบรรเจิดหย่อนโปสการ์ดลงในถังพลาสติกที่พ่อใช้เก็บแบบพิมพ์เขียวข้างโต๊ะทำงานของพ่อ แล้วก็บอกว่า .เดี๋ยวบุรุษไปรษณีย์มาเก็บให้ครับ แล้วความทรงจำก็ลางไป

แวบถัดมา...ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อ แต่พ่อก็ไม่เคยกลับบ้านเลย ผมไม่เคยเจอนานนนนนมาก ผมบอกแม่ว่า แม่ครับ เมื่อคืนผมฝันถึงพ่อ ตอนนั้นผมอายุสักแปดหรือเก้าขวบได้แล้วมั้งครับ จำไม่ค่อยได้ สองถึงสามวันถัดมา พ่อผมก็แวะกลับมาที่บ้านครับแต่ก็แค่แป๊บเดียว ผมมารู้ทีหลังว่าแม่ส่งโทรเลขไปถึงพ่อ

แวบที่เจ็บแปล๊บ...ผมตื่นนอนตอนเช้าอย่างสดใสเพราะพ่อบอกผมว่าวันนี้จะพาไปเยี่ยมแม่ที่ไปมีน้องที่โรงพยาบาล ผมดีใจครับที่จะมีน้อง แต่ว่าผมตื่นมาพบกับความว่างเปล่า คุณตาที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บอกว่า เค้าออกไปตั้งแต่เช้ามืดแล้ว เท่านั้นแหละครับ ผมรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งตัว ผมรีบวิ่งขึ้นบันไดไปห้องแม่ นั่งลงบนเตียงของแม่ น้ำตาเริ่มปริ่ม ผมนึกในใจแล้วพูดกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าพ่อไม่รักผม น้ำตาก็เริ่มไหลออกมาที่แก้ม สะอื้นฮึกๆ แล้วความรู้สึกผิดหวังก็ระเบิดออกมา ไอ้เอี้ยพ่อ มึงไม่รักกู......

แวบสุดท้ายที่ปวดใจ....ตอนที่ผมเรียนมัธยมครับ พ่อไปทำงานซาอุฯครับ พ่อสัญญากับผมว่าจะกลับบ้านทุกปี ช่วงที่ผมนั่งรถเมล์กลับบ้านทุกวันโดยเฉพาะช่วงเดือนเมษาฯ ผมจะอธิษฐานอยู่ในใจทุกวันว่าขอให้ผมได้พบว่าพ่อกลับมาพักร้อนและนั่งรอให้ผมดีใจที่เห็นแกที่บ้าน แต่ทว่า...ไม่มีเลยสักวันที่ผมสมหวัง

จนกระทั่งวันนึงมีจดหมายอากาศมาถึงแม่ แม่เอามาให้ผมดูหลังจากที่ปรึกษากับน้า...ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของแก ทั้งสองคนสรุปว่าผมโตพอที่จะรับรู้เรื่องราวบางเรื่องได้แล้ว....จดหมายฉบับนั้นจ่าหน้าซองถึงแม่ แต่ตัวจดหมายมันเขียนถึงคนอื่น ผมมองตาของแม่ ผมรู้ ผมเห็นแววตาเสียใจแต่กลั้นน้ำตาเอาไว้ข้างในอย่างขมขื่นของแม่ แม่ตัดสินใจแล้วที่จะส่งจดหมายฉบับนั้นกลับไปถึงพ่อ

วันนั้น ผมฟังอย่างสงบนิ่ง ใช่ครับผมโตแล้ว ผมจะดูแลแม่กับน้องเอง

หลังจากวันนั้น ผมก็ไม่เคยคาดหวังว่ากลับบ้านแล้วจะเจอพ่อนั่งรออยู่ที่บ้านอีกเลย....

Comment

Comment:

Tweet


อืม .. ทุกคนจะมีจุดหนึ่งของชีวิตครับที่จะเป็นเหมือนสิ่งที่ฝังใจในชีวิต แต่ละคนก็ต่างเรื่องราวกันออกไป สุดแท้แต่ว่าจะพบเจอกับปัจจัยอะไรบ้าง.. โลกนี้ก็เป็นอย่างนี้ เราคงเรียกร้องหาความสมบูรณ์แบบไม่ได้ แต่เราสามารถกำหนดทางที่เหลือ เวลาที่เหลือให้กับตัวเราเองได้ โดยไม่ทำตัวให้เป็นที่หนักอกหนักใจของคนรอบข้าง

อดีตผ่านไปแล้ว ลบไม่ได้ ก็ไม่ต้องลบมัน แม้ว่ามันจะไม่น่าจดจำก็ตาม ชีวิตวันพรุ่งนี้ เรากำหนดได้ .. แม้ว่าจะเหงา เราก็ต้องอยู่ต่อไป ..

ระบายให้ผมฟังได้นะคับ
#2 by นายแทม At 2006-10-19 01:10,
คนเรามักมีสิ่งที่สมหวัง และผิดหวังกันทั้งนั้น การที่มุ่งหวังในสิ่งที่ทุ่มเทความรักให้อย่างมีความสุข มันทำให้เรากลายเป็นคนที่รอคอยอะไรบางอย่างที่มันยังมาไม่ถึง
ถึงแม้ว่า สิ่งสุดท้ายสิ่งที่เราเห็น สิ่งที่เรารู้สึก สิ่งที่รับรู้ มันทำให้เราเจ็บปวดมากที่สุด การที่เรายอมรับสิ่งนั้นได้อย่างไม่อติกับมัน เป็นที่สิ่งที่ดีมากเลยนะ เพราะคนเรามันต้องก้าวต่อไป การที่เราอยู่เพื่อตัวเอง และคนที่เรารัก มันมีค่ามากกว่าการรอคอยในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง และสิ่งที่ไม่มีวันกลับมา
เราเรียนรู้มัน เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เป็นตัวเรา แต่ไม่ต้องยึดติดกับมันเพราะเรานั้นต้องก้าวต่อไป
#1 by Kana At 2006-10-18 19:53,