2006/Dec/31

"เฮ้ย! มึงอยู่ไหนวะ" เซ็งว่ะ ผมโทรไปหาเพื่อนซี้ในตอนบ่ายว่างๆ กิจวัตรประจำวันอาทิตย์ของผมกับการดู CSI มันก็ดันฉายตอนซ้ำที่ผมเคยดูแล้ว

"กรูกำลังกินข้าวอยู่ แค่นี้นะ..." ตู๊ดดดด....

ดูดิ..เพื่อนเวง มันวางหูไปเลย ยังไม่ทันได้แอะสักคำ

เฮ้อออ..จะมีใครรู้บ้างมั้ยนะว่าความเหงา เพื่อนสนิทที่คุ้นเคยของผม มันแวะเข้ามาทักทายในวันสิ้นปี เดี๋ยวผมพาความเหงาออกไปเดินเที่ยวดีกว่า เผื่อว่ามันจะเบื่อผมแล้วลากลับบ้านมันไป

ปล. ออกไปข้างนอกตอนเกือบๆทุ่ม แล้วก็ต้องรีบกลับ เพราะข่าวเรื่องระเบิดในกรุงเทพ....โว้ย! เซ็งเป็ด


edit @ 2007/01/01 01:02:17

2006/Dec/24

ไปงานเลี้ยงรุ่นมาอ่ะ ไม่ได้แวะเข้าไปในบริเวณโรงเรียนเป็นเวลานานมาก แปลกตาไปเยอะ เป็นเรื่องธรรมดาที่อะไรๆ มันก็ต้องเปลี่ยนไปตามกาลเวลา...

ผมใช้เวลาช่วงหนึ่งก่อนงานเริ่มเดินไปรอบๆ ใช่เวลาที่ผ่านไปมันช่วยเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่าง แต่ความรู้สึกดีๆ ไม่เคยเปลี่ยน

ความทรงจำของช่วงจังหวะเวลาชีวิตมันพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย...ผมนึกถึงห้องเรียนห้องแรกที่ผมนั่งเรียนที่นี่ นึกถึงหน้าห้องน้ำที่เกือบๆ วางมวยกับเพื่อน นึกถึงบันไดไม้ที่ผมเดินเสียงดังแล้วรุ่นพี่ที่นั่งอยู่ข้างล่างส่งเสียงเตือนให้เดินเบาๆนึกถึงห้องเรียนที่ผมแอบหลบมุมคนเดียวเพื่อรักษาใจและน้ำเสียงอาจารย์ที่ปลอบประโลม นึกถึงห้องกิจกรรมมากมาย นึกถึงบอลรูหนูที่ตรงไหนๆเราก็เล่นได้ นึกถึงห้องติวและระเบียงหน้าห้องเรียนก่อนสอบ และสารพัดสารพันที่จะชวนให้น้ำตาไหล

ผมมีโอกาสได้สนทนากับอาจารย์ที่เคยสอนผม อาจารย์ดูแปลกตาไปจากภาพความทรงจำที่ผมมี...อาจารย์ใหม่กลายเป็นอาจารย์อาวุโส แต่เสียงพร่ำบ่นเรื่องลูกศิษย์ในปัจจุบันไม่ต่างจากเสียงที่ผมเคยถูกพร่ำสอน

ผมมีโอกาสเสวนากับเพื่อนร่วมรุ่น ประสบการณ์ชีวิตนอกรั้วโรงเรียนที่แตกต่างตามพื้นเพแต่ละคน แต่เมื่อทุกคนได้มาอยู่ร่วมกันอีกครั้งสิ่งที่พวกเราภูมิใจคือประสบการณ์ร่วมกันของชีวิตเด็กมัธยม แปลกที่บางคนไม่เคยคุยกันเลยในช่วงเวลานั้นกลับแย่งกันคุยเหมือนสนิทกันมานานในเวลานี้ ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับพร้อมคำสัญญาว่าจะมาเจอกันอีกในช่วงเวลานี้ของปีถัดๆ ไป

มาดู เอ็มวี กันนะครับ

2006/Dec/01

ไปดูหนังเรื่องเขาชนไก่มาอ่ะ สนุกมากมาย

ผมว่าคงมีหลายๆ คนที่จะมีความรู้สึกเหมือนกับผม....สนุกที่ความทรงจำดีๆ มันวิ่งแปลบเข้ามาในห้วงคำนึงหลายๆ แปลบบบ..

...การไซโคของไอ้บรรดารุ่นพี่ทั้งหลาย...มึงตายแน่....

เง้ออ...โหดขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วเด็กเรียนใส่แว่นอย่างผมจะไปไหวเร้อ

...อนุสาวรีย์หน้าเขาชนไก่น่ะ เค้าตายเพราะกินน้ำอัดลมหลังจากวิ่งจิงเหรอ...

เอ่ออออ เค้าชื่ออะไรอ่ะ จำไม่ได้แระ

...ไอ้รุ่นที่ฝึกก่อนหน้า มารอนั่งรถกลับบ้านทำไม่มันตัวดำ...ตายแน่ๆ...อีกแล้วหง่ะ

ตายแน่กรู

...ลูกค้าประจำแม่ค้าไวตามิลค์ เพิ่มโปรตีน อิ่มสบายท้อง...

หรูสุดแล้วเนี่ย ไวตามิลค์ใส่น้ำแข็ง ขวดเดียว แก้วเดียว แบ่งกันกินกะบัดดี้

...ทำไมตรูต้องมีบัดดี้ด้วยอ่ะ ไม่ชอบหน้ามันเรยย...

เฮ้ย มึงจะไปไหนวะ บัดดี้ผมมันเจือกตื่น ขณะที่ผมทนปวดฉี่กลางดึก

กรูจะไปเยี่ยว

กรูไปเป็นเพื่อนนะ เอออ...ได้ใจ อย่างงี้ค่อยคบกันได้หน่อย

ห้าวันของการฝึกผ่านไปไวเหมือนโกหก วิ่ง..ไต่เชือก..ปืนหาย...วิดพื้น...ปั่นจิ้งหรีด...อาบน้ำห้าขัน...ขัดมือขัดฉากก่อนกินข้าว...เพลงประจำกองร้อย...จดหมายเพื่อนที่ครูฝึกอ่านให้คนทั้งกองร้อยฟัง โด่ ไอ้พวกที่มันไม่ได้เรียนมันเขียนมาแซวง่ะ โดนโห่ซะ เซ็งเจง...เต็นท์ย้อย น้ำค้างหยด...เข้ายามตอนตีสอง ง่วงโคด...

ปีถัดมา กรูมาเรียนต่อปีสี่ ทำไมวะเนี่ย

อีกปีถัดมา ปีห้าแล้ว ทำไมกรูเท่ห์โคด โคด อย่างนี้ อิ อิ

หมายเหตุปีห้า...บัดดี้ผมคิ้วแตกเพราะโดนสะเก็ดระเบิดระหว่างเรียน ผลเหรอครับ ครูฝึกหายหน้าไปสองวัน น่าฉงฉานจิงๆ

ผมนึกถึงเรื่องเหล่านี้ทีไร ผมอมยิ้มอย่างมีความสุขกับประสบการณ์ลูกผู้ชาย ห้าปีที่ไม่ผิดหวัง...